วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ต้มยำปู

 ต้มยำปู



ปี2556(2013)
ที่ผ่านมาไม่นานนี้


เราสังเกตุเห็นธนาคารใหม่ๆ
ผุดขึ้นมาเปิดให้บริการทางการเงินราวกับเป็นดอกเห็ด
ผุดอย่างกับร้านสะดวกซื้อสีส้มเขียวแดง
ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีรูปเหตุการณ์คล้ายกับทุกวันนี้

"วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ปี2540"


และอาจจะเกิด

"วิกฤตการณ์ต้มยำปู"
ซึ่งเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับการเมืองของไทย ณ ปัจจุบัน

บุญชนก บุญส่ง รายงาน

พร3ข้อ


ถ้าเกิดมีพรวิเศษ3ข้อ ตอนนี้ที่เราอยากขอคือ

1. ทำให้คนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษได้ทุกคน
ทำให้คนไทยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการของประเทศ
แต่ก็ให้มีภาษาไทยเป็นภาษาดั้งเดิมนะ


เราเข้าใจว่า ถ้าเกิดคนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษ
เมืองไทยอาจจะเหมือนประเทศสวิตเซอแลนด์เลยล่ะ


เมืองไทยมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะ
พื้นฐานเป็นคนรักความสงบ เป็นคนจิตใจดี


แค่เพียงคนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษ
เมืองไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ง่ายเลยล่ะ
กลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน ก็คงจะได้เป็นระดับเดียวกับกลุ่มเศรษฐกิจยุโรป

2. เปลี่ยนประวัติศาตร์เรื่องภาษาของคนไทย
3. (เราคิดไว้แค่2ข้อนะ) อาจจะขอเป็นให้พื้นดินของประเทศสูงขึ้นกว่านี้อีกหน่อย น้ำจะได้ไม่ท่วม สันปันน้ำจะได้ชัดเจนขึ้น

เป็นความคิดที่แว๊ปเข้ามาในหัว ในระหว่างกำลังเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษ

ปิดถนน


10:30PM

เราขับรถจากบ้าน จะกลับหอพัก
ระหว่างทางถนนสายหนึ่ง ถูกปิด เราต้องเบี่ยงรถมาอีกทาง




ลองคิดดูถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้ถนนถูกปิด ก็มี
1. งานแต่งงาน/งานบวช/งานศพ/งานบุญต่างๆ
ถนนจะถูกปิดอย่างน้อยครึ่งเลน ถึงจะไม่ต้องเบี่ยงรถไปทางอื่น แต่ก็ทำให้รถติด


2. งานซ่อมถนน
ถนนจะถูกปิดเพื่อซ่อมทาง เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะกำลังจะได้ใช้ถนนใหม่ ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ ถนนก็กว้างขึ้น


3. ต้นไม้ล้มขวางถนน/น้ำท่วม
แน่นอนรถผ่านไม่ได้ ต้องรอจนท.มาเคลียร์ถนน ไม่ก็วนรถกลับเพื่อหาทางลัดอีกทาง มักเกิดขึ้นตอนฝนตกหนัก ลมแรง ส่วนน้ำท่วม ถ้าเกิดท่วมไม่มาก ก็พอจะอ้อมแอ้มขับผ่านได้ แต่เรื่องหลุมนี่ซิ มองไม่เห็นเลย ถ้าเกิดท่วมหนัก ก็ต้องแปลงร่างเป็นกับตันแจคสแปโร่ล่ะ


4. งานวิ่งมาราธอน/ขบวนพาเหรด
ถนนอาจจะถูกปิดแค่เพียงครึ่งเลน แต่ก็ต้องระวังขับไปชนนักวิ่ง อยากลงไปวิ่งด้วยจริงๆ ส่วนขบวนพาเหรด ก็จะมีคนแต่งตัวสวยๆ บ้างก็แต่งตัวแปลกๆให้ได้เห็นระหว่างเราขับรถ


ล่าสุดระหว่างทางที่เราจะกลับหอ ถนนถูกปิดเพราะ การรวมตัวกันของคนกลุ่มนึงเพื่อแสดงความเห็นทางการเมือง ทุกวันนี้ถนนจะถูกปิดให้เราได้แปลงร่างเป็นคริสโตเฟอร์โคลัมบัส เพื่อหาทางลัดอยู่บ่อยๆ


มีเหตุการณ์อะไรอีกบ้างนะ ที่ทำให้ถนนถูกปิด...

ละครเวที โดยนักศึกษามุสลิม


11:00PM
'เชิญชมละครเวทีได้เลยคับ'

เป็นเสียงที่ได้ยิน ระหว่างที่เรากำลังเดินผ่านหน้าโรงช้างเพื่อกลับหอพัก
เราเป็นพุทธงัย ก็อยากรู้ว่าเขากับเรามีอะไรที่ต่างกันบ้าง
ในละครมีทั้งภาษาไทยและภาษามาลายูปะปนกันไป


________________________________เรื่องย่อ__________________________________

มีนักศึกษามุสลิม4คน เป็นคนจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั้ง4คนสอบเข้าเรียนต่อในมหา'ลัย
เพื่อนใหม่และรุ่นพี่มักจะพูดกับพวกเขาด้วยประโยคเดียวกันเสมอ เมื่อรู้ว่าพวกเขามาจาก3จังหวัด

'พกระเบิดมากกี่ลูกว่ะ'


พวกเขาเรียนจบสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และในวันสมัครงาน ประโยคที่พวกเขาโดนถามคือ


'พูดภาษาไทยไม่ชัด จะทำงานได้เหรอ'
'เป็นคนจาก3จังหวัดอีกแล้วเหรอ'
'บริหารทรัพยากรมนุษย์ คืออะไร สาขานี้มันเรียนอะไรกัน' ***บล็อกเกอร์เองก็เรียนบริหารทรัพยากรมนุษย์นะ รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆ***


และในวันประกาศผลการสัมภาษณ์งาน พวกเขาทั้ง4คน ไม่ผ่าน!!!
ทำให้พวกเขาเข้าใจว่า ภูมิลำเนาจาก3จังหวัด ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน
2คน เลือกที่จะย้ายภูมิลำเนาของตนไปอยู่จังหวัดอื่น
อีก2คน เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่3จังหวัดเหมือนเดิม


เหตุการณ์ร้ายๆก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของคนหนึ่งโดนคนร้ายยิงจนเสียชีวิต และ พี่ชายของอีกคนหนึ่งโดนกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายจึงโดนเจ้าหน้าที่จับตัวไป


ทั้ง2คนจึงรวมตัวกันเรียกร้องความไม่เป็นธรรม เรียกร้องสิทธิและสันติภาพ
เนื่อเรื่องตอนนี้เป็นกลอนภาษามาลายู ฟังไม่เข้าใจเลย แต่จับอารมณ์ได้ประมาณ
"ขอความเป็นธรรม อย่าเข้าใจชาวมุสลิมในทางที่ไม่ดี ชาวมุสลิมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนคนศาสนาอื่นๆ ชาวมุสลิมเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นกับพวกเขา ขอสันติภาพกลับคืนสู่พวกเขาเถอะ"


แล้วละครเวทีก็จบลงด้วยเสียงสรุปนี้

'ช่วงหนึ่งที่ชาวมุสลิมใน3จังหวัด โดนพูดถึงในทางที่ไม่ดี เป็นช่วงที่เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ เป็นช่วงที่พวกเขาได้ยินคนจากจังหวัดอื่นพูดถึงพวกเขาในทางที่ไม่ดีบ่อยมากๆ แต่ในปัจจุบันก็ได้ลดลงเรื่อยๆ และที่สำคัญคือ เมื่อจบการศึกษา เป็นการนำความรู้ที่ได้รับ กลับไปพัฒนา3จังหวัดชายแดนภาคใต้ บ้านเกิดของตนเอง'
__________________________________________________________________________


ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกของมุสลิมใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดีจริงๆ

ทำให้เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เราเคยพูดอะไรที่ไม่ดีกับเพื่อนๆชาวมุสลิมบ้างมั้ย

ทำให้เราเข้าใจว่า คงเป็นอารมณ์เดียวกันกับเวลาที่หญิงไทยโดนต่างชาติมองว่าเป็นผู้หญิงขายบริการ ทั้งๆที่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะมีอาชีพขายบริการ

ทำให้เราที่เป็นชาวพุทธ เข้าใจชาวมุสลิมใน3จังหวัดมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part2)

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part2)

3:50PM
'เต็มไปด้วยความประทับใจ'
หลังจากโทรหาคิวรถตู้ทุ่งหว้า-หาดใหญ่ เพื่อจองที่นั่งในรถตู้ขากลับหาดใหญ่
ทางรีสอร์ทก็ไปส่งใกล้ๆที่เดิม เพื่อรอขึ้นรถกลับหาดใหญ่
(ยืมภาพของจิแอร์)
สวนยางติดถนน จิแอร์อยากถ่ายรูปสวนยาง สวยดีนะ
ยืมภาพของจิแอร์
รถยังไม่มา งั้นอีกหลายๆภาพ55555
PDจิแอร์ ควบคุมการถ่ายทำเองเลยนะเนี่ย
ผีตลาดร้าง Cr.จิแอร์
รถมาล่ะ 3:50PM เป๊ะมาก
"เหมือนอยู่ในกรง Cr.จิแอร์"

6:00PM
'มีใครลงตลาดเกษรไหมครับบบ'
จากนั้นก็แว๊นกลับม.อ.หาดใหญ่ ถึง โรงช้าง6:30PMล่ะ 12hrs.พอดี
#หมดพลัง#เหนื่อย#เพลีย#ตามโปรเจคด่วน#แต่ก็ไม่พลาดที่จะเขียนบล็อกนี้ ^__^

_______________________________End.___________________________






ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part1)

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part1)


>>ทริปหนีเที่ยว12hrs<<
ทำไมชื่อทริปเป็นแบบนี้นะเหรอ คือสมาชิกนัดทำโปรเจค แต่เราหนีไปเที่ยวนะซิ เกือบ12ช.ม.เต็ม
_____________________________________________________________________

7:00AM 8:00AM 9:50AM 10:10AM 1:40PM 3:50PM 6:00PM

7:00AM
'อาชีพหลักเป็นนักศึกษา อาชีพรองเป็นพี่วินมอไซด์ซินะเรา'
ทริปนี้เราไปกับเพื่อนอีก1คน คือจิแอร์ร์ร์
พวกเราแว๊นออกจากม.อ.หาดใหญ่ไปตลาดเกษตร(คิวรถตู้หาดใหญ่-ทุ่งหว้า)
หลังจากซื้อตั๋วรถตู้เสร็จแล้ว(100฿/คน) ก็นั่งรอเวลารถออก
ไม่รู้สึกง่วงเลย ทั้งที่เป็นรถเที่ยวแรกของวัน เพราะตื่นเต้นมากกว่านะซิ

8:00AM
'หาชยั่ง-ทุ่งหว้าาา รถช่องหมายเลข8'
คาราวะแร็พเปอร์ท่านนี้จริงๆ ความจริงคือหาดใหญ่-ทุ่งหว้า รถช่องหมายเลข8
แล้วพวกเราก็ทะลุมิติเวลากันเกือบ2ช.ม.เต็มๆ
'ใกล้ถึง อบต.น้ำผุด ยังค่ะ? ลงที่ อบต.น้ำผุด ด้วยค่ะ. ช่วยบอกพวกเรานิดนึงถ้าเกิดเกือบถึงแล้ว'
อารมณ์รู้แค่ประมาณว่า อบต.น้ำผุด จะอยู่ระหว่างทางไปทุ่งหว้า แต่ไม่รู้ว่าอยู่แถวไหน อะไรยังงัย
เฮียแกมัวตอบพวกเราจนไม่มีเวลาหลับในอ่ะ
ไม่ใช่กระเป๋าและขาของพวกเรา
9:50AM
'ภูต้นน้ำสวัสดีค่ะ รถกำลังไปรับนะค่ะ'
คือ ไม่ได้ไปกับรถส่วนตัว เลยต้องให้เขามารับ
'หิวแล้วอ่ะ'
จิแอร์ยังไม่กินข้าวตอนเช้า
วันนี้วันอาทิตย์ ตามสั่งก็เปิดนะคาปป ร้านอยู่ตรงข้าม อบต. พอดี
แล้วพวกเราก็เพิ่มพลังกันคนละ40-60... อ่ะๆๆ ราคาข้าวนะ ไม่ใช่จำนวนแคลอรี่
ถ่ายจากตามสั่ง
ในรถของรีสอร์ท

10:10AM
'เป็นคนแต่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิมนุษยชนตามกฎหมาย'
หลังจากเปลี่ยนชุดพร้อมเปียก และเก็บของไว้ที่รีสอร์ทเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็ไปเยี่ยมหมู่บ้านซาไก(เงาะป่า)+ซื้อขนมไปฝากพวกเขาตามคำแนะนำของทางรีสอร์ท
ก่อนจะไปจุดลงเรือ
(เราไม่ได้ถ่ายรูปเงาะป่า เพราะเราทำตัวไม่ถูก ทั้งที่staffบอกว่าสามารถถ่ายรูปด้วยได้)
(เราไหว้หัวหน้าเผ่าด้วยอ่ะ คือไม่รู้ว่าจะทำตัวยังงัย ก็เขาโตกว่าเรานี่นาาา)(มึนอึนเลยเรา_*_)
อ่าา...จิแอร์ถ่ายรูปไว้นะ
จิแอร์ กับ ลูกเงาะ
ในที่สุดก็มาถึงละ จุดลงเรือคายัค
เราจะนั่งกันแค่ลำเดียวนะ ด้านหลังอ่ะเยอะไป

อ่ะนี่ เรือของพวกเรา (ลำด้านหลังเป็นของstaff)
พร้อมล่ะ สู้!
1:40PM
หลังจากเมามันกับแก่ง8กิโลเมตร ก็มีรถมารับกลับรีสอร์ท
'กินข้าวก่อนอาบน้ำได้ค่ะ'
หยดซิค่ะ กินไปน้ำก็หยดลงใต้เก้าอี้ไป
แต่ลืมเรื่องใส่ชุดเปียกกินข้าวล่ะ ก็มันอร่อยดี :-D
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์มานะ)
ก็อร่อยดีนะ

หลังจากกินข้าว และอาบน้ำ พวกเราก็ถ่ายรูปกันนิดหน่อยก่อนกลับ
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์มานะ)

นิดหน่อยจริงๆนะ
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์)