วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

Jellyfish

เมื่อฉันยังเป็นเด็ก เคยตามพ่อไปจับปลาที่ทะเลแหลมโพธิ์

เป็นทะเลที่ตื้นมากๆ และกว้างมากด้วย

ฉันลงไปในทะเล ในทะเลมีแมงกะพรุนเต็มเลย

มันว่ายไปทิศทางเดียวกัน ผ่านขาของฉันไป

พ่อฉันปล่อยให้ฉันยืนอยู่ท่ามกลางพวกมันตามลำพัง

ในขณะที่พ่อยืนห่างจากฉันไกลๆ

แมงกะพรุนสีขาวว่ายผ่านขาของฉันยั๊วเยี๊ยะเลยยย ^^
แมงกะพรุนน่ารัก และฉันก็เป็นเพื่อนกับแมงกะพรุนทุกตัวตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา




Credit photo: https://images2.alphacoders.com/267/267610.jpg

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

Krabi Thailand

Hat Noppharat Thara

Hat Noppharat Thara

Ao Railay

Ao Poda[behind]

Thale Waek

Ao Nang

Ao Nang

Kho Phai

Ao Pilea

Ao Pilea

Ao Pilea

Ao Pilea

Ao Pilea

Ao Maya

Ao Maya

Kho Phi-Phi

Kho Phi-Phi
The best in my opinion is Ao Pilea.

Next is Kho Phai.

Next is Ao Maya.

And the last one is Ao Railay.

Every places are unseen Thailand.

Photo By:Boonchanok Boonsong (Namfon)

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Hat-Yai ICE DOME

อุณหภูมิ -15องศา!!!!!!!!!

ไม่จำกัดเวลาเข้าชม โอ้ววว ใจดีจัง ??

ไปดูกัน
.
.
.
__________________________________________________________________

เตรียมพร้อมในห้องปรับอุณหภูมิ
_________________________________________________________________
กำลังกุมนิ้วเท้า หนาว!!! -15องศา!!!
มือกับเท้ากำลังจะแข็งตายแล้ว!!!
ใช้ถุงมือเป็นถุงเท้าซะเลย เพราะปลายนิ้วเท้ากำลังจะตาย หนาว!!!


ครั้งต่อไปจะสวมถุงเท้า10คู่ + ถุงมือ5คู่ อ๊ากกก!!! หนาวคับ.

*** 7อารมณ์ในไอซ์โดม ***

1.อากาศที่หายใจเข้าออกแห้งงงงมากกกก ทำให้จมูกแห้ง นั่นสิทำไมเมืองหนาวจึงมีเครื่องทดอากาศแบบเป็นไอน้ำ

2.เย็นไปทั่วทั้งตัวแบบดิ่งอย่างรวดเร็ว ขนลุกซูทั้งตัว

3.ปลายเท้าหนาวจนเจ็บมาก ทนไม่ไหว จนเอาถุงมือมาทำถุงเท้าแล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

4.ปลายนิ้วมือเจ็บมาก ล้วงถุงกางเกงแล้วก็ไม่ไหว ต้องสลับเอาถุงมือมาสวมมือชั่วคราว แต่ก็หนาวเท้ามากกว่า หนาวแบบเจ็บเลยล่ะ สุดท้ายเท้าก็ได้ถุงมือไปครอบครองงง

5.แก้มเริ่มเจ็บ ชา เจ็บ

6.เริ่มปวดลูกตา

7.ออกค่ะ

หนาวจนปวดไปหมดทั้งตัวจริงๆ






วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ต้มยำปู

 ต้มยำปู



ปี2556(2013)
ที่ผ่านมาไม่นานนี้


เราสังเกตุเห็นธนาคารใหม่ๆ
ผุดขึ้นมาเปิดให้บริการทางการเงินราวกับเป็นดอกเห็ด
ผุดอย่างกับร้านสะดวกซื้อสีส้มเขียวแดง
ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีรูปเหตุการณ์คล้ายกับทุกวันนี้

"วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ปี2540"


และอาจจะเกิด

"วิกฤตการณ์ต้มยำปู"
ซึ่งเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับการเมืองของไทย ณ ปัจจุบัน

บุญชนก บุญส่ง รายงาน

พร3ข้อ


ถ้าเกิดมีพรวิเศษ3ข้อ ตอนนี้ที่เราอยากขอคือ

1. ทำให้คนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษได้ทุกคน
ทำให้คนไทยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการของประเทศ
แต่ก็ให้มีภาษาไทยเป็นภาษาดั้งเดิมนะ


เราเข้าใจว่า ถ้าเกิดคนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษ
เมืองไทยอาจจะเหมือนประเทศสวิตเซอแลนด์เลยล่ะ


เมืองไทยมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะ
พื้นฐานเป็นคนรักความสงบ เป็นคนจิตใจดี


แค่เพียงคนไทยเข้าใจภาษาอังกฤษ
เมืองไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ง่ายเลยล่ะ
กลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน ก็คงจะได้เป็นระดับเดียวกับกลุ่มเศรษฐกิจยุโรป

2. เปลี่ยนประวัติศาตร์เรื่องภาษาของคนไทย
3. (เราคิดไว้แค่2ข้อนะ) อาจจะขอเป็นให้พื้นดินของประเทศสูงขึ้นกว่านี้อีกหน่อย น้ำจะได้ไม่ท่วม สันปันน้ำจะได้ชัดเจนขึ้น

เป็นความคิดที่แว๊ปเข้ามาในหัว ในระหว่างกำลังเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษ

ปิดถนน


10:30PM

เราขับรถจากบ้าน จะกลับหอพัก
ระหว่างทางถนนสายหนึ่ง ถูกปิด เราต้องเบี่ยงรถมาอีกทาง




ลองคิดดูถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้ถนนถูกปิด ก็มี
1. งานแต่งงาน/งานบวช/งานศพ/งานบุญต่างๆ
ถนนจะถูกปิดอย่างน้อยครึ่งเลน ถึงจะไม่ต้องเบี่ยงรถไปทางอื่น แต่ก็ทำให้รถติด


2. งานซ่อมถนน
ถนนจะถูกปิดเพื่อซ่อมทาง เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะกำลังจะได้ใช้ถนนใหม่ ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ ถนนก็กว้างขึ้น


3. ต้นไม้ล้มขวางถนน/น้ำท่วม
แน่นอนรถผ่านไม่ได้ ต้องรอจนท.มาเคลียร์ถนน ไม่ก็วนรถกลับเพื่อหาทางลัดอีกทาง มักเกิดขึ้นตอนฝนตกหนัก ลมแรง ส่วนน้ำท่วม ถ้าเกิดท่วมไม่มาก ก็พอจะอ้อมแอ้มขับผ่านได้ แต่เรื่องหลุมนี่ซิ มองไม่เห็นเลย ถ้าเกิดท่วมหนัก ก็ต้องแปลงร่างเป็นกับตันแจคสแปโร่ล่ะ


4. งานวิ่งมาราธอน/ขบวนพาเหรด
ถนนอาจจะถูกปิดแค่เพียงครึ่งเลน แต่ก็ต้องระวังขับไปชนนักวิ่ง อยากลงไปวิ่งด้วยจริงๆ ส่วนขบวนพาเหรด ก็จะมีคนแต่งตัวสวยๆ บ้างก็แต่งตัวแปลกๆให้ได้เห็นระหว่างเราขับรถ


ล่าสุดระหว่างทางที่เราจะกลับหอ ถนนถูกปิดเพราะ การรวมตัวกันของคนกลุ่มนึงเพื่อแสดงความเห็นทางการเมือง ทุกวันนี้ถนนจะถูกปิดให้เราได้แปลงร่างเป็นคริสโตเฟอร์โคลัมบัส เพื่อหาทางลัดอยู่บ่อยๆ


มีเหตุการณ์อะไรอีกบ้างนะ ที่ทำให้ถนนถูกปิด...

ละครเวที โดยนักศึกษามุสลิม


11:00PM
'เชิญชมละครเวทีได้เลยคับ'

เป็นเสียงที่ได้ยิน ระหว่างที่เรากำลังเดินผ่านหน้าโรงช้างเพื่อกลับหอพัก
เราเป็นพุทธงัย ก็อยากรู้ว่าเขากับเรามีอะไรที่ต่างกันบ้าง
ในละครมีทั้งภาษาไทยและภาษามาลายูปะปนกันไป


________________________________เรื่องย่อ__________________________________

มีนักศึกษามุสลิม4คน เป็นคนจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั้ง4คนสอบเข้าเรียนต่อในมหา'ลัย
เพื่อนใหม่และรุ่นพี่มักจะพูดกับพวกเขาด้วยประโยคเดียวกันเสมอ เมื่อรู้ว่าพวกเขามาจาก3จังหวัด

'พกระเบิดมากกี่ลูกว่ะ'


พวกเขาเรียนจบสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และในวันสมัครงาน ประโยคที่พวกเขาโดนถามคือ


'พูดภาษาไทยไม่ชัด จะทำงานได้เหรอ'
'เป็นคนจาก3จังหวัดอีกแล้วเหรอ'
'บริหารทรัพยากรมนุษย์ คืออะไร สาขานี้มันเรียนอะไรกัน' ***บล็อกเกอร์เองก็เรียนบริหารทรัพยากรมนุษย์นะ รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆ***


และในวันประกาศผลการสัมภาษณ์งาน พวกเขาทั้ง4คน ไม่ผ่าน!!!
ทำให้พวกเขาเข้าใจว่า ภูมิลำเนาจาก3จังหวัด ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน
2คน เลือกที่จะย้ายภูมิลำเนาของตนไปอยู่จังหวัดอื่น
อีก2คน เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่3จังหวัดเหมือนเดิม


เหตุการณ์ร้ายๆก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของคนหนึ่งโดนคนร้ายยิงจนเสียชีวิต และ พี่ชายของอีกคนหนึ่งโดนกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายจึงโดนเจ้าหน้าที่จับตัวไป


ทั้ง2คนจึงรวมตัวกันเรียกร้องความไม่เป็นธรรม เรียกร้องสิทธิและสันติภาพ
เนื่อเรื่องตอนนี้เป็นกลอนภาษามาลายู ฟังไม่เข้าใจเลย แต่จับอารมณ์ได้ประมาณ
"ขอความเป็นธรรม อย่าเข้าใจชาวมุสลิมในทางที่ไม่ดี ชาวมุสลิมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนคนศาสนาอื่นๆ ชาวมุสลิมเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นกับพวกเขา ขอสันติภาพกลับคืนสู่พวกเขาเถอะ"


แล้วละครเวทีก็จบลงด้วยเสียงสรุปนี้

'ช่วงหนึ่งที่ชาวมุสลิมใน3จังหวัด โดนพูดถึงในทางที่ไม่ดี เป็นช่วงที่เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ เป็นช่วงที่พวกเขาได้ยินคนจากจังหวัดอื่นพูดถึงพวกเขาในทางที่ไม่ดีบ่อยมากๆ แต่ในปัจจุบันก็ได้ลดลงเรื่อยๆ และที่สำคัญคือ เมื่อจบการศึกษา เป็นการนำความรู้ที่ได้รับ กลับไปพัฒนา3จังหวัดชายแดนภาคใต้ บ้านเกิดของตนเอง'
__________________________________________________________________________


ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกของมุสลิมใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดีจริงๆ

ทำให้เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เราเคยพูดอะไรที่ไม่ดีกับเพื่อนๆชาวมุสลิมบ้างมั้ย

ทำให้เราเข้าใจว่า คงเป็นอารมณ์เดียวกันกับเวลาที่หญิงไทยโดนต่างชาติมองว่าเป็นผู้หญิงขายบริการ ทั้งๆที่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะมีอาชีพขายบริการ

ทำให้เราที่เป็นชาวพุทธ เข้าใจชาวมุสลิมใน3จังหวัดมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part2)

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part2)

3:50PM
'เต็มไปด้วยความประทับใจ'
หลังจากโทรหาคิวรถตู้ทุ่งหว้า-หาดใหญ่ เพื่อจองที่นั่งในรถตู้ขากลับหาดใหญ่
ทางรีสอร์ทก็ไปส่งใกล้ๆที่เดิม เพื่อรอขึ้นรถกลับหาดใหญ่
(ยืมภาพของจิแอร์)
สวนยางติดถนน จิแอร์อยากถ่ายรูปสวนยาง สวยดีนะ
ยืมภาพของจิแอร์
รถยังไม่มา งั้นอีกหลายๆภาพ55555
PDจิแอร์ ควบคุมการถ่ายทำเองเลยนะเนี่ย
ผีตลาดร้าง Cr.จิแอร์
รถมาล่ะ 3:50PM เป๊ะมาก
"เหมือนอยู่ในกรง Cr.จิแอร์"

6:00PM
'มีใครลงตลาดเกษรไหมครับบบ'
จากนั้นก็แว๊นกลับม.อ.หาดใหญ่ ถึง โรงช้าง6:30PMล่ะ 12hrs.พอดี
#หมดพลัง#เหนื่อย#เพลีย#ตามโปรเจคด่วน#แต่ก็ไม่พลาดที่จะเขียนบล็อกนี้ ^__^

_______________________________End.___________________________






ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part1)

ล่องแก่งวังสายทอง จ.สตูล (Part1)


>>ทริปหนีเที่ยว12hrs<<
ทำไมชื่อทริปเป็นแบบนี้นะเหรอ คือสมาชิกนัดทำโปรเจค แต่เราหนีไปเที่ยวนะซิ เกือบ12ช.ม.เต็ม
_____________________________________________________________________

7:00AM 8:00AM 9:50AM 10:10AM 1:40PM 3:50PM 6:00PM

7:00AM
'อาชีพหลักเป็นนักศึกษา อาชีพรองเป็นพี่วินมอไซด์ซินะเรา'
ทริปนี้เราไปกับเพื่อนอีก1คน คือจิแอร์ร์ร์
พวกเราแว๊นออกจากม.อ.หาดใหญ่ไปตลาดเกษตร(คิวรถตู้หาดใหญ่-ทุ่งหว้า)
หลังจากซื้อตั๋วรถตู้เสร็จแล้ว(100฿/คน) ก็นั่งรอเวลารถออก
ไม่รู้สึกง่วงเลย ทั้งที่เป็นรถเที่ยวแรกของวัน เพราะตื่นเต้นมากกว่านะซิ

8:00AM
'หาชยั่ง-ทุ่งหว้าาา รถช่องหมายเลข8'
คาราวะแร็พเปอร์ท่านนี้จริงๆ ความจริงคือหาดใหญ่-ทุ่งหว้า รถช่องหมายเลข8
แล้วพวกเราก็ทะลุมิติเวลากันเกือบ2ช.ม.เต็มๆ
'ใกล้ถึง อบต.น้ำผุด ยังค่ะ? ลงที่ อบต.น้ำผุด ด้วยค่ะ. ช่วยบอกพวกเรานิดนึงถ้าเกิดเกือบถึงแล้ว'
อารมณ์รู้แค่ประมาณว่า อบต.น้ำผุด จะอยู่ระหว่างทางไปทุ่งหว้า แต่ไม่รู้ว่าอยู่แถวไหน อะไรยังงัย
เฮียแกมัวตอบพวกเราจนไม่มีเวลาหลับในอ่ะ
ไม่ใช่กระเป๋าและขาของพวกเรา
9:50AM
'ภูต้นน้ำสวัสดีค่ะ รถกำลังไปรับนะค่ะ'
คือ ไม่ได้ไปกับรถส่วนตัว เลยต้องให้เขามารับ
'หิวแล้วอ่ะ'
จิแอร์ยังไม่กินข้าวตอนเช้า
วันนี้วันอาทิตย์ ตามสั่งก็เปิดนะคาปป ร้านอยู่ตรงข้าม อบต. พอดี
แล้วพวกเราก็เพิ่มพลังกันคนละ40-60... อ่ะๆๆ ราคาข้าวนะ ไม่ใช่จำนวนแคลอรี่
ถ่ายจากตามสั่ง
ในรถของรีสอร์ท

10:10AM
'เป็นคนแต่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิมนุษยชนตามกฎหมาย'
หลังจากเปลี่ยนชุดพร้อมเปียก และเก็บของไว้ที่รีสอร์ทเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็ไปเยี่ยมหมู่บ้านซาไก(เงาะป่า)+ซื้อขนมไปฝากพวกเขาตามคำแนะนำของทางรีสอร์ท
ก่อนจะไปจุดลงเรือ
(เราไม่ได้ถ่ายรูปเงาะป่า เพราะเราทำตัวไม่ถูก ทั้งที่staffบอกว่าสามารถถ่ายรูปด้วยได้)
(เราไหว้หัวหน้าเผ่าด้วยอ่ะ คือไม่รู้ว่าจะทำตัวยังงัย ก็เขาโตกว่าเรานี่นาาา)(มึนอึนเลยเรา_*_)
อ่าา...จิแอร์ถ่ายรูปไว้นะ
จิแอร์ กับ ลูกเงาะ
ในที่สุดก็มาถึงละ จุดลงเรือคายัค
เราจะนั่งกันแค่ลำเดียวนะ ด้านหลังอ่ะเยอะไป

อ่ะนี่ เรือของพวกเรา (ลำด้านหลังเป็นของstaff)
พร้อมล่ะ สู้!
1:40PM
หลังจากเมามันกับแก่ง8กิโลเมตร ก็มีรถมารับกลับรีสอร์ท
'กินข้าวก่อนอาบน้ำได้ค่ะ'
หยดซิค่ะ กินไปน้ำก็หยดลงใต้เก้าอี้ไป
แต่ลืมเรื่องใส่ชุดเปียกกินข้าวล่ะ ก็มันอร่อยดี :-D
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์มานะ)
ก็อร่อยดีนะ

หลังจากกินข้าว และอาบน้ำ พวกเราก็ถ่ายรูปกันนิดหน่อยก่อนกลับ
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์มานะ)

นิดหน่อยจริงๆนะ
(ยืมรูปถ่ายของจิแอร์)